ระเบียบข้อบังคับ

E-mail Print PDF

ระเบียบข้อบังคับ

สมาคมนิสิตเก่าทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หมวดที่ 1 ความทั่วไป

 

1. สมาคมใช้ชื่อว่า สมาคมนิสิตเก่าทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

โดยใช้ชื่อย่อว่า ส.น.ท.จ.

โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Chulalongkorn University Dental Alumni Association

โดยใช้ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า C.U.D.A.

 

2. เครื่องหมายของสมาคมฯใช้เครื่องหมายพระเกี้ยว ข้างใต้เขียนว่า สมาคมนิสิตเก่า   ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

3. ให้ยกเลิกข้อบังคับของสมาคมนิสิตเก่าทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉบับที่ได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พุทธศักราช 2533

4. สำนักงานของสมาคมฯตั้งอยู่ที่ เลขที่ 34 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังต์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

5. ในข้อบังคับนี้

"สมาคม" ให้หมายถึงสมาคมนิสิตเก่าทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"กรรมการ" ให้หมายถึง กรรมการสมาคมฯ

"คณะกรรมการ" ให้หมายถึง คณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ

"เลขาธิการ" ให้หมายถึง เลขาธิการสมาคมฯ

"สมาชิก" ให้หมายถึง สมาชิกสามัญ

6. วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ

6.1 ส่งเสริมการศึกษา และเผยแพร่วิทยาการ
6.2 ส่งเสริมเกียรติแห่งสถาบันการศึกษาและสมาชิกผู้ได้ประกอบกิจอันเป็นประโยชน์ที่มี ชื่อเสียง
6.3 ส่งเสริมความสามัคคีและสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน
6.4 ส่งเสริมการกีฬา การบันเทิง และพบปะสังสรรค์

6.5 ไม่มีนโยบายหรือเจตนาจะตั้งโต๊ะบิลเลียดเพื่อเล่นการพนัน พนันเอาสินทรัพย์แต่อย่างใด
6.6 ไม่มีเจตนาหาผลกำไรมาแบ่งปันกันแต่อย่างใด
6.7 ไม่ดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

6.8 เพื่อบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์แก่สังคม

หมวดที่ 2 สมาชิกภาพ

7. สมาชิกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

7.1  สมาชิกสามัญ

7.2  สมาชิกกิตติมศักดิ์

7.3 สมาชิกวิสามัญ

8.  สมาชิกสามัญได้แก่

8.1 ผู้ที่เคยเป็นนักศึกษาในคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ แล้วเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล และเปลี่ยนเป็นนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยต้องยื่นใบสมัครเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ
8.2 ผู้ที่เป็นและเคยเป็นอาจารย์ประจำในคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยต้องยื่นใบสมัครเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ

9.  สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลที่มีอุปการะข่วยเหลือ ทำประโยชน์แก่สมาคมฯ

หรือผู้มีเกียรติที่คณะกรรมการเห็นสมควรและผู้รับเชิญไม่ขัดข้อง เป็นสมาชิกของสมาคม ตั้งแต่วันที่คณะกรรมการลงมติ เมื่อได้เชิญผู้ใดที่ทำประโยชน์ใหญ่ยิ่งแก่สมาคม นั้น ที่ประชุมใหญ่จะมีมติให้เป็นผู้อุปการของสมาคมด้วยก็ได้

10. สมาชิกวิสามัญ ได้แก่

10.1 ผู้ที่เคยเป็นนักศึกษาในคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์   แล้วเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล และเปลี่ยนเป็นนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
10.2 นิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ในคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การเป็นสมาชิกวิสามัญของสมาคมย่อมเป็นไปโดยอัตโนมัติ

11. ให้เลขาธิการนำชื่อสมาชิกกิตติศักดิ์ประกาศให้สมาชิกทั่วไปทราบ

12. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

12.1 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
12.2 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
12.3 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือไร้ความสามารถ หรือ ต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

13. ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

13.1 สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียนครั้งแรก 20 บาท
13.2 ค่าบำรุงเป็นรายปีปีละ 200 บาท
13.3 ค่าบำรุงตลอดชีพ ชำระครั้งเดียว 2,500 บาท

14.  สมาชิกกิตติศักดิ์และสมาชิกวิสามัญ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

15.  ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคม ต่อเลขาธิการ

16.  เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ ให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จสิ้นภา่ยใน 30 วัน แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่า การสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก ยกเว้นในกรณีที่สมัครเป็นสมาชิกและประสงค์จะเสียค่าบำรุงตลอดชีพ พร้อมทั้งได้แสดงความจำนง จะชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงเป็นงวดๆตามที่คณะกรรมการกำหนด เมือได้ชำระเงินงวดแรกแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่า
บำรุงแล้ว

17.  สมาชิกภาพของสมาชิกสามัญเริ่มเมื่อวันที่ผู้นั้นได้ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงเป็นที่เรียบร้อย

18.  สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติเชิญเข้าเป็น

สมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม

19.  สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

19.1 ตาย

19.2 ลาออก ซึ่งกระทำโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และ คณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติและ
สมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

19.3 มีความประพฤติไม่เรียบร้อยเป็นที่รังเกียจในวงการสังคม

19.4 ไม่ได้ชำระค่าบำรุงสมาคมประจำปีติดต่อกัน 3 ปี

19.5 ขาดคุณสมบัติสมาชิก

20.  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

20.1 บริหารกิจการของสมาคมในฐานะเป็นผู้เลือกตั้งคณะกรรมการหรือเป็นกรรมการบริหาร

20.2   ได้รับหนังสือทางวิชาการของสมาคม

20.3    ประโยชน์อื่นใดที่สมาคมมีมติให้ช่วยเหลือ

20.4    มีสิทธิใช้ประโยชน์ในสถานที่ของสมาคมและสโมสรเพื่อกีฬา การบันเทิงและอื่นๆ ได้รับผลปฏิบัติโดยเสมอภาค แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์และเป็นไปตามระเบียบของสมาคม

20.5    สมาชิกมีสิทธิขอต่อคณะกรรมการอำนวยการเพื่อตรวจตราเอกสารบัญชีทรัพย์สินสมาคม

ได้ในเวลาอันสมควร

20.6    สมาชิกมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้คนละ 1 คะแนน

20.7    สมาชิกมีจำนวนรวมกันตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป มีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมวิสามัญได้่  แต่ต้องระบุความประสงค์ที่ต้องการประชุมไปพร้อมกันด้วย

20.8    สมาชิกมีสิทธินำญาติมิตรมาในงานรื่นเริงของสมาคม หรือเยี่ยมเยือนสมาคมเป็นครั้งคราวได้ โดยสมาชิกผู้นั้นต้องรับผิดชอบสำหรับบุคคลที่นำมา และต้องระวังที่จะไม่ให้เป็นที่รำคาญแก่สมาชิกอื่นๆ

20.9    สมาชิกมีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของสมาคมต่อคณะกรรมการได้

20.10 สมาชิกมีสิทธิประดับเครื่องหมายสมาคมได้ตามระเบียบ

20.11 สมาชิกย่อมมีความรรับผิดชอบเพียงเท่าจำนวนเงินที่ได้ทำหนี้สินไว้ต่อสมาคม

20.12 สมาชิกมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

20.13 สมาชิกมีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกสมาคม

20.14 สมาชิกมีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคม

20.15 มีหน้าที่ร่วมกิจการที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

20.16 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคม

หมวดที่ 3 การดำเนินกิจการสมาคม

21.  ให้คณะกรรมการ บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย 15 คน แต่ไม่เกิน 20 คน

21.1 ให้สมาชิกเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสมาคม อุปนายก เพื่อให้ที่ประชุมใหญ๋เลือกเข้าดำรงตำแหน่ง นายกสมาคม 1 ตำแหน่ง อุปนายก 1 ตำแหน่ง

21.2 ผู้ถูกเสนอชื่อเพื่อรับเลือกเป็นนายกสมาคม และอุปนายก ค้องอยู่ในห้องประชุม

21.3 ให้นายกสมาคม แต่งตั้งเลขาธิการ 1 คนและกรรมการในตำแหน่งอื่นๆตามความเหมาะสม

21.4 ตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปของคณะกรรมการ มีดังต่อไปนี้

21.4.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม

21.4.2 อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการของสมาคม ปฏิบัติหน้าที่ที่นายก สมาคมฯมอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

21.4.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่สมาคมในการปฏิบัติงานสมาคมแลละปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนเป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม

21.4.4 เหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย บัญชี งบดุล และเก็บเอกสารหลักฐานการเงินไว้เพื่อการตรวจสอบ

21.4.5 ปฏิคม ทำหน้าที่ต้อนรับแขกสมาคม เป็นหัวหน้าจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคม

21.4.6 นาายทะเบียน ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมด ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

21.4.7 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาชิกและของสมาคม ให้สมาชิกและบุคคลภายนอกทั่วไป ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

21.4.8 กรรมการ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดตำแหน่งอื่นๆ ให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนตามข้อบังคับได้กำหนดเอาไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่ง ก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

22.  ให้คณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และมีสิทธิได้เป็นกรรมการต่อไปอีกโดยไม่จำกัดวาระ ยกเว้นนายกสมาคม อุปนายก ให้อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ให้คณะกรรมการชุดเก่าส่งมอบงานให้กรรมการชุดใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการเลือกตั้ง และให้ดำเนินการจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ตามระเบียบของทางราชการ

23.  เมื่อตำแหน่งกรรมการสมาคมว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระไม่น้อยกว่า 6 เดือน ให้นายกสมาคมฯแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควร ให้เข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างจนสิ้นวาระของกรรมการนั้น

24.  นายกสมาคมเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกและอุปนายกไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่เข้าประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมคราวนั้น

25.  ในการประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการร่วมประชุมไม่น้ออยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

จึงจะครบองค์ประชุม การลงมติ ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  เมื่อคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด   คณะกรรมการมีอำนาจในการตั้งอนุกรรมการดำเนินการโดยเฉพาะของสมาคมได้

26.  ความเป็นกรรมการสิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

26.1 ตาย

26.2 ลาออก ซึ่งกระทำโดยยื่นคำแสดงเจตนาลาออกเป็นหนังสือและคณะกรรมการอนุมัติ

26.3 ขาดจากสมาชิกภาพของสมาชิกสามัญของสมาคม

26.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง ถ้าความเป็นกรรมการของนายกสมาคม ต้องสิ้นสุดลงด้วยเหตุใดก็ตาม ให้อุปนายกรักษาการนายกสมาคม
ไปจนถึงกำหนดเวลาประชุมใหญ่สามัญประจำปี และจัดให้มีการเลือกตั้งนายกคนใหม่

27. เลขาธิการและผู้สอบบัญชี  เลขาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานอันเป็นธุรกิจประจำของสมาคมและหน้าที่โต้ตอบ

หนังสือด้วย ไม่ว่าจะมีตำแหน่งกรรมการอื่น เช่น เหรัญญิก ปฏิคม นายทะเบียน ประชาสัมพันธ์และกรรมการกลาง ช่วยเหลือดำเนินงานของสมาคมอยู่หรือไม่ก็ตาม ให้ที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งผู้สอบบัญชี 1 คน สำหรับปีหนึ่งๆเพื่อตรวจสอบบัญชีการเงินที่เหรัญญิกรับผิด
ชอบและทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมใหญ่

28.  อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

28.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

28.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่สมาคม

28.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้  แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ  จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

28.4 มีอำนาจที่จะเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

28.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆที่ยังไม่ได้กำหนดในข้อบังคับนี้

28.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้

28.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน ทรัพย์สินของสมาคม

28.8 มีหนา้ที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิก จำนวน 50 คนขึ้นไป ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น  ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ขึ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้หนังสือร้องขอ

28.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สิน และการดำเนิกกิจการต่างๆของสมาคม ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดุได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

28.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกรับทราบ

28.11 มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับนี้ได้กำหนดไว้

 

 

หมวดที่ 4  การประชุมใหญ่

29. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนพฤษภาคมของทุกปีและเลขาธิการจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบว่าจะมีการประชุมใหญ่

ล่วงหน้าอย่างน้อย15 วันก่อนวันประชุม

30. ระเบียบวาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปีมีดังนี้

30.1 รายงานกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

30.2 รายงานบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลของทุกปีที่ผ่านมา

30.3 เลือกตั้งคระกรรมการชุดใหม่ ถ้าคณะกรรมการชุดเดิมครบกำหนดวาระ

30.4 แต่งตั้งผู้สอบบัญชีซึ่งเป็นสอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตและมิใช่กรรมการของสมาคม

30.5 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

31.  การประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน ซึ่งในจำนวนนี้ต้องมีคณะกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมดเข้าร่วมการประชุมด้วย  จึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุมได้   ในกรณีที่ไม่ครบองค์ประชุม  ให้กำหนดการประชุมครั้งใหม่ โดยกำหนดไม่เร็วกว่า15 วัน และไม่ช้ากว่า 45 วัน นับแต่วันเลื่อนประชุม ในการประชุมใหญ่ที่นัดใหม่นี้ ถ้าสมาชิกสามัญมาประชุม 20 คน หรือกว่านั้นขึ้นไป ก็ให้ถือ ว่าครบองค์ประชุม

 

 

หมวดที่ 5 ทรัพย์สินของสมาคม

32. รายได้และทรัพย์สินของสมาคม ให้ใช้จ่ายได้เฉพาะที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสมาคมเท่านั้น

33. เงินสดของสมาคม ให้เหรัญญิกนำฝากไว้ในธนาคารที่คณะกรรมการเห็นสมควร

34. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม ต้องมีลายเซ็นของนายกสมาคมหรือผู้กระทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก

35. นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าเกินกว่านั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ให้เหรัญญิกถือเงินสดหมุนเวียนไว้ใช้ในกิจการของสมาคมต้อง ไ ม่เกิน 2,000 บาท

หมวดที่ 6 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

36. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยมติของที่ประชุมด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุม  และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิก

สามัญทั้งหมด

37. การเลิกสมาคมจะทำได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ เว้นแต่เป็นการเลิกเพราะเหตุของกฏหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ให้เลิกสมาคม ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม และองค์ประชุมนั้นต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

 

38. เมื่อสมาคมต้องเลิกไปไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม  ถ้ามีทรัพย์สินของสมาคมเหลืออยู่ภายหลังการชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ให้โอนแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เพื่อใช้ในกิจการที่เป็นประโยชน์ของคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

39.  ข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนแก้ไขเป็นต้นไป

Last Updated ( Sunday, 20 September 2009 14:49 )  
Web Board
สมาชิกที่สนใจ เข้าใช้ Web Board กรุณาติดต่อขอ username ได้ที่ สมาคมฯ




พบกันทีี่ ....



Lastest News

Top views

Web Design by: